นครศรีธรรมราช: Nakhon Si Thammarat THAILAND
 
 

  รายละเอียด
ขนาดตัวอักษร 11 px 12 px 14 px 16 px 18 px
ถึงวันนี้ต้องนับว่าปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งทะเลต่อเนื่องตลอดด้านอ่าวไทยก้าวสู่ขั้นวิกฤตรุนแรง และภาพปรากฏชัดเจนที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ริมทะเลได้รับผลกระทบอย่างหนัก คลื่นทะเลได้กลืนกินที่ดินทำมาหากินและบ้านที่อยู่อาศัยไปแล้วหลายพื้นที่และเป็นจำนวนมาก

นางวิลาศ กาญจันดี ชาวบ้านเกาะทัง อ.ปากพนัง ผู้ได้รับความเสียหายจากคลื่นกัดเซาะที่ดินริมชายฝั่ง เปิดเผยกับ “เอเอสทีวีผู้จัดการ” ว่า ตนมีที่ดินประมาณ 10 ไร่ ตั้งอยู่ริมชายหาดที่สวยงาม และได้ทำเป็นสวนมะพร้าวไว้กว่า 50 ต้น มีบ่อกุ้งประมาณ 3 ไร่ และบ้านพักซึ่งอยู่ติดกับริมถนน แต่ทว่าประสบกับปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งเข้ามาถึงที่ดินตน และมีหายไปอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 5 เมตร

ในเวลานี้เนื้อที่นากุ้ง 3 ไร่กลายเป็นทะเลไปหมดแล้ว และบ้านที่อาศัยกำลังถูกทะเลยื้อแย่งให้หายไปอีกหลัง จนต้องหาวิธีทำแนวป้องกันการกัดเซาะตามมีตามเกิด แต่คาดว่าคงไม่สามารถฝืนวิกฤตนี้ได้ และคาดว่าไม่เกิน 3 ปี บ้านหลังนี้คงหายไปอย่างแน่นอน ถ้าภาครัฐยังไม่เข้ามาช่วยเหลือ

“ถ้าหากว่าทางการรีบเข้ามาช่วยการทับถมด้านนอกชายฝั่ง ก็สามารถพยุงพื้นที่ที่น้ำกัดเซาะนี้ได้ ชาวบ้านก็จะได้ไม่ต้องรื้อบ้าน เพราะถ้าหากรื้อบ้านก็ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน เพราะว่าถ้าไม่ทำอาชีพนี้แล้วให้ไปทำอย่างอื่นก็ไม่มีความรู้” นางวิลาศกล่าว

สภาพดังกล่าวไม่ต่างกับบ้านของ นางสายันต์ ไหมแย้ม ที่อาศัยอยู่บ้านหลังนี้มา 21 ปีแล้ว บนพื้นที่ 4 ไร่ พร้อมด้วยต้นมะพร้าวอีก 40 ต้น ปัจจุบันถึงแม้บ้านหลังดังกล่าวจะยังอยู่ แต่ถูกทรายทับถมจนเกือบจะจมอยู่ใต้พื้นทรายไปแล้วทั้งหลัง จากบ้านยกพื้นที่ต้องใช้บันไดขึ้นถึง 3 ขั้น ตอนนี้กลับต้องเดินก้มเข้าบ้านทางหน้าต่าง ส่วนบ้านของพี่ชายตอนนี้เหลือแต่ซากอยู่ในทะเล

ด้าน นายธนูเดช แพรกทอง ชาวบ้านท่าพญ่า อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวอย่างเข้าใจในธรรมชาติว่า เรื่องการกัดเซาะต้นเหตุหลักมาจากน้ำมือของมนุษย์ โดยเฉพาะสาเหตุหลักเกิดจากมีการสร้างสิ่งปลูกสร้างเหลื่อมล้ำลงไปในทะเล ทำให้ธรรมชาติมีการขนย้ายทรายจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง ซึ่งเมื่อมีการใช้สิ่งปลูกสร้างป้องกันชายหาดในจุดใด ก็จะทำให้มีการกัดเซาะชายหาดถัดไปเป็นลูกโซ่ไม่มีที่สิ้นสุด

ทั้งนี้ เมื่อปี 2551 กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี กระทรวงคมนาคม หรือกรมเจ้าท่าเดิม ได้ก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบริเวณบ้านหน้าโกฏิ อ.ปากพนัง และบ้านหน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งสิ่งที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์นี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งขึ้นที่บริเวณบ้านเกาะทัง บ้านหน้าศาล อ.ปากพนัง และตลอดถึงรอยต่อ อ.หัวไทร รวมระยะทางการกัดเซาะกว่า 23 กิโลเมตร ในอัตราการกัดเซาะ 12 เมตรต่อปี

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งดังกล่าว ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทำเขื่อนป้องกันการกัดเซาะเพิ่มในเขตพื้นที่วิกฤต เพราะอย่างน้อยจะได้ช่วยกันคลื่นในช่วงมีมรสุมได้ ซึ่งผลกระทบที่จะตามมานั้นก็น่าจะเป็นการเพิ่มวิกฤตอีกหรือไม่

การกัดเซาะชายฝั่งที่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นลักษณะเดียวกันกับที่เกิดขึ้นที่ จ.สงขลา หลังจากที่มีการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากคลองสะกอม ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อปี 2539 ทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งตลอดแนว โดยเฉพาะบริเวณความเสียหายที่เห็นได้ชัดเจนที่รีสอร์ตบ่อโชน ที่บ้านบ่อโชนใน ต.สะกอม นั่นเอง ที่ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด

วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม 2553 เวลา 08:10 น.


 < เปิด/ปิด ส่วนแสดงความเห็น
ขอเชิญร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ชื่อ - สกุล
อีเมล์
รูปแบบตัวอักษร แทรกลิงค์ URL แทรกรูป จัดกึ่งกลาง ย่อหน้า ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
ความคิดเห็น
พิมพ์ไป เคาะเว้นวรรค ข้อความจะตัดคำ ได้สวยงาม
ถ้าพิมพ์ติดกันไปหมด จะไม่ตัดคำ
 
 emotion



 
 

พิมพ์รหัสที่ปรากฏ ในช่องที่ระบุ(4 ตัวอักษร). เป็นตัวเลข 0..9 และตัวอักษร A..Z .



หากไม่สามารถอ่านข้อความภาพที่ปรากฏได้ กรุณากดปุ่มเพื่อสร้างรหัสภาพใหม่
  



 


 

บริษัท ซีเจ เวิลด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด  6/107 ถนนพัฒนาการคูขวาง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง 
จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000  Tel: 0-7532-5196-7 Fax : 0-7532-5197